การเงินและเศรษฐกิจ

KOSPI พร้อมทะยานอีกครั้งหรือไม่? บทวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์สถานการณ์ขาขึ้นปี 2026!

지니야

15 กุมภาพันธ์ 2569 · 2 ยอดชม

KOSPI พร้อมทะยานอีกครั้งหรือไม่? บทวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์สถานการณ์ขาขึ้นปี 2026!

สวัสดีครับทุกท่าน! ผมเป็นบล็อกเกอร์ชาวเกาหลีมืออาชีพที่อธิบายประเด็นร้อนในตลาดหุ้นอย่างง่ายดายและชัดเจนครับ วันนี้ ผมอยากจะพูดคุยเจาะลึกเกี่ยวกับหัวข้อที่หลายคนสงสัย นั่นคือ 'แนวโน้มการปรับตัวขึ้นของ KOSPI' ครับ บางท่านอาจรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นตลาด KOSPI มีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา แต่เราต้องมองหาโอกาสเสมอครับ

KOSPI จะสามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้งจริงหรือ? แทนที่จะเล่าแต่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหวัง เราจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์โดยการวิเคราะห์ทุกอย่างตั้งแต่สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกไปจนถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมภายในประเทศและนโยบายของรัฐบาลจากหลากหลายมุมมองครับ ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่เป็นไปได้ของ KOSPI และได้รับข้อมูลและเคล็ดลับเฉพาะที่จะช่วยในการตัดสินใจลงทุนครับ เรามาดูปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของ KOSPI ไปพร้อมกันเลยครับ!

ภาพเชิงนามธรรมแสดงถึงความเชื่อมโยงกันของเศรษฐกิจโลก ภาพเชิงนามธรรมแสดงถึงความเชื่อมโยงกันของเศรษฐกิจโลก

การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นเกาหลี

ภาพมือที่กำลังลดคันโยกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการลดอัตราดอกเบี้ย ภาพมือที่กำลังลดคันโยกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการลดอัตราดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นเกาหลีมีความอ่อนไหวอย่างมากต่อกระแสเศรษฐกิจโลกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีนมีผลกระทบอย่างเด็ดขาดต่อการกำหนดทิศทางของ KOSPI ครับ เรามาพิจารณาสัญญาณเชิงบวกที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อการปรับตัวขึ้นของ KOSPI อย่างละเอียดกันครับ

ความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มต้นในปี 2022 ได้เป็นภาระสำคัญต่อตลาดหุ้นทั่วโลกครับ สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการลดลงของราคาหุ้นครับ แต่ตอนนี้บรรยากาศกำลังเปลี่ยนไปครับ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เริ่มส่งสัญญาณถึงการลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากยืนยันแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงครับ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้างหากการลดอัตราดอกเบี้ยกลายเป็นความจริง?

ประการแรก สภาพคล่องทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ครับ ความนิยมในสินทรัพย์ปลอดภัยจะลดลง และเงินทุนที่แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่มากขึ้นครับ ตลาดหุ้นเกาหลีก็สามารถคาดหวังที่จะได้รับประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินทุนนี้ได้เช่นกันครับ ประการที่สอง ต้นทุนทางการเงินของบริษัทจะลดลง กิจกรรมการลงทุนและการผลิตจะคึกคักขึ้น และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่ผลประกอบการของบริษัทที่ดีขึ้นครับ ในอดีต วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึง KOSPI ครับ ดังนั้น การให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับผลการประชุม FOMC และถ้อยแถลงของสมาชิก Fed จึงเป็นสิ่งสำคัญ และความเชื่อมั่นในการลงทุนจะดีขึ้นอีกเมื่อความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นรูปธรรมครับ

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและการส่งออกของเกาหลี

จีนเป็นคู่ค้าและตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีครับ การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทส่งออกของเกาหลี และเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้ง KOSPI โดยรวมครับ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลจีนได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสัญญาณการฟื้นตัวก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างช้าๆ ครับ

รัฐบาลจีนกำลังส่งเสริมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น การรักษาเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ การกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงครับ หากความพยายามเหล่านี้ประสบผลสำเร็จและเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างจริงจัง การส่งออกของเกาหลีไปยังจีนอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าส่งออกหลักของเกาหลี เช่น เซมิคอนดักเตอร์ จอแสดงผล และผลิตภัณฑ์เคมี มีแนวโน้มที่จะเห็นความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวครับ ตัวอย่างเช่น หากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของจีน หรือตัวชี้วัดการผลิตภาคอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง นี่จะเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งในการทำให้แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเกาหลีสดใสขึ้นครับ แม้ว่าจะมีตัวแปรที่เรียกว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนสามารถเป็นแกนสำคัญสำหรับการปรับตัวขึ้นของ KOSPI ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องฉลาดที่จะกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในขณะที่ติดตามตัวชี้วัดเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของจีนอย่างใกล้ชิดครับ

การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในประเทศและการปรับปรุงผลประกอบการของบริษัท

แม้ว่าสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่แก่นแท้ของตลาดหุ้นเกาหลีก็คือขีดความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการของบริษัทภายในประเทศในท้ายที่สุดครับ เมื่อเร็วๆ นี้ อุตสาหกรรมหลักของเกาหลีได้กำลังสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการปรับตัวขึ้นของ KOSPI ครับ

Recommended Product
First Stock Chart Learning, Kind Jaeseung, RH Korea
First Stock Chart Learning, Kind Jaeseung, RH Korea
₩34,200
This post is part of Coupang Partners activities and receives a certain amount of commission accordingly.

การกลับเข้าสู่ Super Cycle ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็น 'เสาหลัก' ของเศรษฐกิจเกาหลีและคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของมูลค่าตลาด KOSPI นั้นเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีอย่างแท้จริงครับ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ประสบปัญหาอุปทานล้นตลาดและความต้องการที่ซบเซา แต่ตอนนี้ความคาดหวังในการกลับเข้าสู่ 'super cycle' กำลังเพิ่มขึ้นครับ หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครับ

การเกิดขึ้นของ AI เชิงสร้างสรรค์ เช่น ChatGPT กำลังเพิ่มความต้องการหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) อย่างทวีคูณครับ Samsung Electronics และ SK Hynix มีเทคโนโลยีที่ไม่มีใครเทียบได้ในตลาด HBM และกำลังผงาดขึ้นเป็นบริษัทหลักที่จัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับยุค AI ครับ การขยายการลงทุนในศูนย์ข้อมูลเพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์ AI รวมถึงความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในสาขาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การขับขี่อัตโนมัติและ Internet of Things (IoT) จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ แนวโน้มนี้จะผลักดันราคาหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ให้สูงขึ้น และนำไปสู่ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ครับ นักลงทุนสามารถตรวจสอบแนวโน้มราคาหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดจร แผนการลงทุน (CAPEX) ของบริษัทหลัก และการประกาศผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเร็วในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครับ นอกจากนี้ การพิจารณา ETF ที่เกี่ยวข้อง หรือบริษัทส่วนประกอบ/วัสดุ/อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ร่วมด้วยก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีครับ

การเน้นย้ำเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ เช่น K-Defense และ K-Beauty

ในอดีต ตลาดหุ้นเกาหลีพึ่งพาอุตสาหกรรมเฉพาะบางอย่างสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการค้นพบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมครับ อุตสาหกรรมที่เติบโตใหม่เหล่านี้มีศักยภาพที่จะขยายฐานของ KOSPI และสนับสนุนการเติบโตที่มั่นคงครับ

ตัวอย่างที่สำคัญคือ 'K-Defense' ครับ สัญญาการส่งออกขนาดใหญ่กำลังได้รับการลงนามอย่างต่อเนื่องในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงโปแลนด์และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการยอมรับถึงความเป็นเลิศของระบบอาวุธที่ผลิตในเกาหลีครับ นี่ไม่ใช่แค่สัญญาครั้งเดียว แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่สามารถนำไปสู่การบำรุงรักษาระยะยาวและการส่งออกเพิ่มเติมได้ครับ นอกจากนี้ 'K-Beauty' ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกพร้อมกับกระแสเกาหลีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังแสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งโดยประสบความสำเร็จในการกระจายตลาดนอกเหนือจากจีนไปยังอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ นอกเหนือจากนี้ อุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ชีวภาพ และเว็บตูน/OTT รวมถึงอุตสาหกรรมเนื้อหาทางวัฒนธรรมอื่นๆ ก็กำลังสร้างตัวเองให้เป็นแกนการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจเกาหลีโดยการมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกครับ อุตสาหกรรมที่เติบโตใหม่เหล่านี้จะช่วยเสริมความผันผวนของอุตสาหกรรมหลักที่มีอยู่ และมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการเติบโตโดยรวมของ KOSPI ครับ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว นักลงทุนอาจคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้โดยการพยายามค้นหาหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีแนวโน้มดีภายในภาคส่วนที่มีการเติบโตสูงเหล่านี้ครับ

การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและการปรับปรุงโครงสร้างตลาด

ทิศทางนโยบายของรัฐบาลและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดก็มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการปรับตัวขึ้นของ KOSPI ครับ เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลเกาหลีได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูตลาดหุ้น ซึ่งสามารถเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับนักลงทุนได้ครับ

Recommended Product
(Lee Jung-yoon) Stock Investment Core Class to Make Beginners Experts at Once + (Paul Podolsky) Wealth Strategy Class (2 Volumes)
(Lee Jung-yoon) Stock Investment Core Class to Make Beginners Experts at Once + (Paul Podolsky) Wealth Strategy Class (2 Volumes)
₩40,320 · Free Shipping
This post is part of Coupang Partners activities and receives a certain amount of commission accordingly.

ผลกระทบของ 'โครงการ Value-Up' และการปรับปรุงธรรมาภิบาลองค์กร

ตลาดหุ้นเกาหลีประสบปัญหามานานจากตราบาปของ 'Korea Discount' ครับ นี่หมายถึงปรากฏการณ์ที่ราคาหุ้นถูกประเมินค่าต่ำกว่ามูลค่าของบริษัท และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ต่ำและการกำกับดูแลกิจการที่ไม่โปร่งใสถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหลักครับ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงกำลังนำเสนอ 'โครงการเพิ่มมูลค่าองค์กร (Corporate Value-Up Program)' เพื่อส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้นด้วยตนเองครับ

โครงการ Value-Up มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ เสริมสร้างนโยบายการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและปรับปรุงธรรมาภิบาลองค์กรผ่านการซื้อหุ้นคืน การเพิ่มเงินปันผล และการปรับโครงสร้างธุรกิจครับ อันที่จริง รัฐบาลวางแผนที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิ่งจูงใจเพื่อสนับสนุนความพยายามในการเพิ่มมูลค่าของบริษัท และบริษัทจะจัดทำและเปิดเผยแผนการเพิ่มมูลค่าองค์กรโดยสมัครใจครับ หากความพยายามเหล่านี้ประสบผลสำเร็จ ความโปร่งใสและนโยบายที่เป็นมิตรต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาหลีจะแข็งแกร่งขึ้น และราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นในกระบวนการแก้ไข 'Korea Discount' และการค้นหามูลค่าที่เหมาะสมครับ นักลงทุนจำเป็นต้องให้ความสนใจกับบริษัทที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเพิ่มมูลค่า โดยมี ROE (ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) สูง แม้จะมี PBR (อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี) ต่ำครับ ติดตามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทและความคืบหน้าของโครงการของรัฐบาลอย่างสม่ำเสมอเพื่อค้นหาโอกาสในการลงทุนครับ

การหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนรายย่อยและความพยายามในการรักษาเสถียรภาพตลาด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อิทธิพลของนักลงทุนรายย่อยได้ขยายตัวอย่างมากในตลาดหุ้นเกาหลีครับ การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเป็นตัวแทนของ 'ขบวนการมดทงฮัก' ได้ฟื้นฟูตลาด แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นการหลั่งไหลเข้ามาของเงินทุนเก็งกำไรระยะสั้นและปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูลครับ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินจึงยังคงพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยและเพิ่มเสถียรภาพของตลาดครับ

เมื่อการมีส่วนร่วมในตลาดของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้น ปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องก็จะเพิ่มขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกต่อการฟื้นฟูตลาดครับ นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนในสภาพแวดล้อมที่ยุติธรรมและมั่นคงยิ่งขึ้น โดยการกำจัดการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม การปรับปรุงระบบการขายชอร์ต และการขยายการเข้าถึงข้อมูลครับ ความพยายามเหล่านี้จะเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดในระยะยาว ดึงดูดเงินลงทุนมากขึ้น และมีส่วนช่วยในการปรับตัวขึ้นของ KOSPI ครับ ในฐานะนักลงทุนรายย่อย สิ่งสำคัญคือการมีทัศนคติในการลงทุนจากมุมมองระยะยาว โดยพิจารณามูลค่าที่แท้จริงและศักยภาพการเติบโตของบริษัท แทนที่จะดีใจหรือเสียใจกับความผันผวนของตลาดในระยะสั้นครับ นอกจากนี้ เราต้องไม่ลืมว่ากุญแจสู่การลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือการกำหนดและยึดมั่นในหลักการลงทุนของเราเอง โดยไม่ถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันหรือข่าวลือครับ

บทสรุป

จนถึงตอนนี้ เราได้พิจารณาปัจจัยการเติบโตที่เป็นไปได้ของ KOSPI จากหลากหลายมุมมองแล้วครับ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นคุณในสภาพแวดล้อมโลก เช่น ความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน การกลับเข้าสู่ super cycle ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ และการเน้นย้ำเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ เช่น K-Defense และ K-Beauty จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อ KOSPI ครับ ด้วยการเพิ่มเติม 'โครงการ Value-Up' ของรัฐบาลและความพยายามในการรักษาเสถียรภาพตลาด ตลาดหุ้นเกาหลีกำลังเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปอีกขั้นครับ

แน่นอนว่าตลาดมักจะมีตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้เสมอครับ แต่สิ่งสำคัญคือการคว้าโอกาสและตอบสนองอย่างชาญฉลาดในกระแสที่เปลี่ยนแปลงนี้ครับ จากหัวข้อที่เราได้พูดคุยกันในวันนี้ ขอให้ท่านสร้างกลยุทธ์การลงทุนของตนเอง และศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อการลงทุนที่ประสบความสำเร็จต่อไปครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับการเดินทางในการลงทุนของท่านเสมอครับ!

이 포스팅은 쿠팡 파트너스 활동의 일환으로, 이에 따른 일정액의 수수료를 제공받습니다.

แชร์